Tuesday, August 16, 2011

แผนที่ศาลาธนารักษ์ 1 จังหวัดเชียงใหม่


 



แผนที่ที่ตั้งศาลาธนารักษ์ 1 จังหวัดเชียงใหม่
เลขที่ 52 ถ.ราชดำเนิน ใกล้สี่แยกกลางเวียง ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 

โรงกษาปณ์หลวงแคนาดาได้รับเลือกให้ผลิตเหรียญกษาปณ์ของนิวซีแลนด์


โรงกษาปณ์หลวงแคนาดามีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า ทางโรงกษาปณ์ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ผลิตเหรียญมูลค่าต่ำแบบใหม่ของนิวซีแลนด์ที่โรงงานปั๊มเหรียญของบริษัทที่เมืองวินนิเปก
"การที่โรงกษาปณ์หลวงแคนาดาได้รับสัญญาว่าจ้างจากต่างประเทศนั้น สะท้อนให้เห็นถึงชื่อเสียงของเราในการผลิตที่มีคุณภาพสูง" เดวิด ซี. ดิงวอล ซีอีโอและประธานกล่าว "ด้วยการผลิตเหรียญมูลค่าต่ำที่มีคุณภาพสูงให้แก่นิวซีแลนด์ เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมการจำหน่ายแบบยอดเหรียญ เราจะแสดงให้เห็นว่าเราเป็นหนึ่งในโรงกษาปณ์แห่งนวัตกรรมที่มีความทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก"
ช่วงก่อนหน้าในปีนี้   ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ได้ประกาศถึงการตัดสินใจที่จะปรับรูปโฉมใหม่ให้กับเหรียญกษาปณ์ในปัจจุบันของนิวซีแลนด์ แผนการดังกล่าวรวมถึงการลดขนาดเหรียญมูลค่า 50, 20, 10 เซนต์ ให้มีขนาดเล็กลง และเหรียญที่มีมูลค่าต่ำกว่านั้นให้มีน้ำหนักเบาลง
ธนาคารกลางนิวซีแลนด์มีแผนที่จะออกเหรียญใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2549
โรงงานปั๊มเหรียญที่เมืองวินิเปกของโรงกษาปณ์หลวงแคนาดามีความทันสมัยที่สุดในโลก โดยโรงงานและช่างเทคนิคที่มีทักษะจะนำเสนอการพิมพ์ลายเหรียญที่ดีเยี่ยมสำหรับเหรียญกษาปณ์และเหรียญเปล่าซึ่งผู้ผลิตเหรียญนำไปใช้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการเคลือบโลหะด้วยกระบวนการอิเล็กทรอโลซิส (electroplateing process) ที่จดสิทธิบัตรและมีหนึ่งเดียว
โรงกษาปณ์หลวงแคนาดาได้ผลิตเหรียญของแคนาดากว่า 1 พันล้านเหรียญต่อปี นอกจากนี้ บริษัทยังได้แข่งขันกับโรงกษาปณ์อื่นๆ เพื่อชิงสัญญาในต่างประเทศ และได้ผลิตเหรียญและเหรียญกษาปณ์กึ่งสำเร็จรูปให้กว่า 60 ประเทศในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา
โรงกษาปณ์หลวงแคนาดาซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับ ISO- 9001-2000 อยู่ในความรับผิดชอบของคราวน์ คอร์ปอเรชั่นในการผลิตเหรียญกษาปณ์และการกระจายการหมุนเวียนของเหรียญกษาปณ์ของแคนาดา ในการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2523 นั้น เดอะ รอยัล แคนาเดียน มินท์ ได้รับการยอมรับว่าเป็น หนึ่งในโรงกษาปณ์ที่ใหญ่ที่สุดและอเนกประสงค์ที่สุดในโลก ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เหรีญกษาปณ์คุณภาพสูงและการบริการที่เกี่ยวข้องในระดับสากล หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเดอะ รอยัล แคนาเดียน มินท์, ผลิตภัณฑ์ และการบริการของบริษัท สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.mint.ca

ติดต่อ: คริสทีน อาควิโน่
ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการสื่อสารองค์กร
โทร: (613) 993 9999
โทร: (613) 991 5342
ที่มา: รอยัล แคนาเดียน มินท์
--เผยแพร่โดย เอเชียเน็ท (www.asianetnews.net)--

เหรียญตัวติด....คำ ๆ นี้คืออะไร


คงมีนักสะสมมือใหม่จำนวนไม่น้อยนะครับ ที่สงสัยกันว่า "เหรียญตัวติด...." เนี่ยมันคืออะไร Innocent  เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ เข้าเรื่องเลยแย้วกัน
ตัวติด" หมายถึง เหรียญที่หายากของชุดเหรียญนั้น ๆ อาจจะเนื่องมาจาก จำนวนที่ผลิตน้อย/มีความต้องการที่สูง ยกตัวอย่างเช่น
-  ร.5  เหรียญบาทหนึ่งพระบรมรูป-ตราแผ่นดิน ตัวติดคือ เหรียญ รศ.120 , รศ.126
-  ร.6  เหรียญหนึ่งบาท ตัวติดคือ พศ. 2461
-  ชุดเหรียญ 10 บาท นิเกิ้ล ตัวติดก็คือ เหรียญต้นไม้แห่งชาติ ปี 2528
-  ชุดเหรียญ 10 บาท สองสี(หมุนเวียน)  ตัวติดก็คือ เหรียญ10 บาทสองสี ปี 2531(ไม่ได้ออกใช้หมุนเวียน) , 2533(ไม่ได้ออกใช้หมุนเวียน)
ยังมีอีกมากมายในแต่ละชุด คร่าว ๆ พอนะครับ

เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย เกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์


เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย เกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์
รูปทรงของเหรียญ
1. รูปทรงของเหรียญ มีเพียงเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 5 บาท ปี 2515 เพียงเหรียญเดียวที่เป็น9 เหลี่ยม  
    นอกนั้นกลมหมด
2. ขอบเหรียญ มี 4 แบบ
    2.1 มีเฟือง ขอบเหรียญกษาปณ์ส่วนใหญ่มีเฟือง
    2.2 เรียบ เหรียญกษาปณ์ต่อไปนี้มีขอบเรียบ- เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 5 และ 10 สตางค์ ปี 2493 และ
          ปี 2500- เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 25 สตางค์ ปี 2520- เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน50 สตางค์ ปี
          2523- เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 5 บาท เก้าเหลี่ยม ปี 2515- 100 ปี พิพิธภัณฑ์ฯ 50 บาท ปี 2517-
          เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ ทรงสำเร็จการศึกษา เกษตรฯ 2 บาท ปี 2522
     2.3 เรียบ แต่มีข้อความอยู่ที่ขอบเหรียญด้วย- เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 5 บาท ครุฑเฉียง ปี 2520 และ
           2522 มีข้อความ กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง อยู่ที่ขอบเหรียญด้วย
     2.4 เฟืองสลับเรียบ- เหรียญ 10 บาท โลหะสองสี ทุกแบบ- เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 2บาท ปี 2548 -
           2549
3 เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกที่ด้านหน้ากับด้านหลังหันหัวกลับกัน(Verticle Flip)- เสด็จนิวัตฯ 1 บาท ปี 2504-
    พระชนมายุ 3 รอบ 1 บาท และ 20 บาท ปี 2506- เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ปี 2509-เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 6 ปี
    2513- ครองราชย์ 25 ปี 10 บาท ปี 2514
4 เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกวาระเดียวกันแต่ราคาหน้าเหรียญต่างกัน มีลวดลายบนเหรียญต่างกัน-พระชนมายุ
    3 รอบ 1 บาท และ 20 บาท ปี 2506- FAO 1 บาท และ 150 บาท ปี 2520
5 เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกวาระเดียวกันราคาหน้าเหรียญเท่ากัน มีลวดลายบนเหรียญต่างกัน- พระชนมายุ
   50 พรรษา 5 บาท ปี 2520 สยามินทร์ - ประเทศไทย
6 เหรียญกษาปณ์ที่ไม่ระบุปีบนเหรียญ- พระชนมายุ 3 รอบ 1 บาท และ 20 บาท ปี 2506
7 เหรียญที่มีอักษร Braille สำหรับคนตาบอดอยู่บนเหรียญ- เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 10 บาท โลหะสองสี
8 เหรียญที่มีรัชการที่ 9 และบุคคลสำคัญพระองค์อื่นอยู่บนหน้าเหรียญ แต่รัชการลที่ 9 ไม่ได้อยู่หน้าสุด-
   FAO 1 บาท และ 150 บาท ปี 2520- 50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี 2535- 84 ปี จุฬาฯ ปี 2544- 90 ปี
   วชิรพยาบาล ปี 2545
9 เหรียญที่มีประชาชนทั่วไปอยู่บนหน้าเหรียญ- เฉลิมพระเกียรติในการทรงนำชนบทให้วัฒนา ปี2530-
    รางวัลแมกไซไซฯ ปี 2534
10 เหรียญที่เรียบที่สุด- ด้านหน้า 33 rd Annual Meeting of the Board of Governors ADB ปี
    2000(2543)สังเกตว่านอกจากพระบรมรูปในหลวง แล้วไม่มีเครื่องหมายหรือลวดลายอย่างอื่นเลย-
   ด้านหลัง 72 ปี การสหกรณ์แห่งชาติ ปี 2531สังเกตว่านอกจากข้อความบอกวาระแล้วไม่มีลวดลายใด ๆ
   เลย
11 อันนี้ต้องช่วยกันดูครับ เหรียญกษาปณ์ 10 บาท โลหะสองสี ส่วนที่เป็นโลหะสีทองถ้าเป็นเหรียญ
    กษาปณ์ที่ระลึกทุกแบบ และเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ปี 2532 โลหะสีทองไม่มีขอบแต่เหรียญกษาปณ์
    หมุนเวียน ปี 2534 - 2549 จะมีขอบ
12 เหรียญที่แม่เหล็กดูดติดคือ เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ราคา 2 บาท (ความคิดของคุณนิคมครับ)
13 เหรียญที่มีพระบรมรูปในหลวงอยู่ด้านหลังของเหรียญด้วยคือเหรียญเฉลิมพระเกียรติในการพัฒนา
     อย่างยั่งยืนฯ(AGRICOLA) ปี 2538
14 เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิดไม่ขัดเงาราคาหน้าเหรียญ 200 บาท มีเพียงเหรียญเดียวคือเหรียญสมโภช
     เดือนฯ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
จากคุณ : นายเชิดศักดิ์ ยอดสกุลทิพย์ [เลขที่สมาชิก 00000000234] - [ 14 ตุลาคม 2549 9:08 น. ]

 ความคิดเห็นที่ 6 ขอเพิ่มเติมกระทู้นี้นะครับ คุณเชิดศักดิ์เป็นคนช่างสังเกตุมาก สามารถเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วจำแนกออกมาได้อย่างเป็นระบบลักษณะทางกายภาพหลายอย่างของเหรียญนั้น ไม่สามารถตรวจสอบได้เลย ถ้าเราไม่มีเหรียญนั้นอยู่ในมือ (แต่ควรจะรู้ไว้เพื่อตรวจสอบเหรียญปลอม) ได้แก่
1.ขอบของเหรียญ ซึ่งในคู่มือก็ไม่ได้บอกไว้ว่ามีลักษณะอย่างไร (ผมได้ข้อสรุปสำหรับผู้สะสมเหรียญว่าเหรียญมี 3 ด้าน คือ ด้านหน้า ด้านหลัง และด้านขอบ คู่มือเหรียญส่วนใหญ่จะแสดงเฉพาะด้านหน้า-หลังเท่านั้น)
2. พลิกแนวไหน ผมจำได้ว่าคุณเชิดศักดิ์เคยตั้งปัญหาเกี่ยวกับเหรียญขึ้นมาให้ทายกัน แล้วผมก็เขียนไว้ว่า จะ list เหรียญที่มีลักษณะพลิกในแนวตั้ง (มีไม่มากนัก) มาให้ทราบ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ยังมีอีกหลายเหรียญที่ผมยังไม่เคยแตะ อย่างพวกเหรียญเด็กลอยกระทง, มังกร 2000,อนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ด้านหลังเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ มีทั้ง ช้าง เสือ นกนางแอ่น ฯลฯ นี่เป็นลักษณะทางกายภาพของเหรียญอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนมองข้าม
3. แม่เหล็กดูดติด เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ ผมก็เคยลองเอาแม่เหล็กมาดูดเหรียญหมุนเวียนทั่ว ๆ ไปดู พบว่ามันดูดไม่ติด ก็เลยเหมาเอาว่า เหรียญทั่ว ๆ ไปนั้นแม่เหล็กดูดไม่ติด แต่ผิดถนัดเลย เพราะตามที่คุณเชิดศักดิ์บอกไว้ในข้อ 12 (เอามาจากคุณนิคมอีกที) ว่าเหรียญ 2 บาท รุ่นภูเขาทองนั้นแม่เหล็กดูดติด จริงครับ ขอยืนยัน และผมได้ลองเอามาดูดเหรียญอื่น ๆ ดู พบว่ายังมีเหรียญอื่นอีกมากที่แม่เหล็กดูดติด แปลว่าที่เมื่อก่อนผมคิดเหมาเอาเองนั้นผิดถนัดไปมากจนทำให้ผมแปลกใจ นอกจากนี้ยังมีระดับของการดูดติดตั้งแต่ มาก ปานกลาง และน้อยด้วย
-  เหรียญที่แม่เหล็กดูดติดได้มาก (คือเอามือจับแม่เหล็กดูดเหรียญยกขึ้นได้) ได้แก่ เหรียญนืเกิล10 บาทตั้งแต่เหรียญพระบรมฯ อภิเษก ไปจนถึง เหรียญ 72 ปีจุฬา รวม 23 เหรียญ
-  เหรียญที่แม่เหล็กดูตดิตได้ปานกลาง (ก็ยังยกขึ้นได้ แต่แรงดูดจะน้อยกว่ากลุ่มแรก) คือเหรียญบ้านใหญ่ ไปจนถึงเหรียญ สมมงคล 64 พรรษา รวม 12 เหรียญ
-  เหรียญที่แม่เหล็กดูดไม่ติดเลย ได้แก่เหรียญ 60 ปีรัฐสภาเป็นต้นไป เข้าใจว่ามีมาก รวมไปถึงเหรียญนิเกิล 20 ทั้งหมดด้วยความแตกต่างทั้งหมดนี้ผมเข้าใจว่าเกิดจากส่วนผสมของโลหะที่นำมาทำเป็นเหรียญ คงต้องกลับไปทบทวนวิชาฟิสิกส์ดูว่าโลหะเหล่านั้นมีคุณสมบัติพิเศษอย่างไรว่าง ๆ ลองหาแม่เหล็กไปดูดเหรียญดูบ้างนะครับ
จากคุณ : กอบกิจ กิตติโสภากูร [เลขที่สมาชิก 00000000191] - [ 27 ตุลาคม 2549 0:39 น. ]

Monday, August 15, 2011

บันทึกจากอดีต...เหรียญกษาปณ์ของไทย


จากหลักฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การใช้เงินตราของประเทศไทยพบว่า การแลกเปลี่ยนแต่เดิมนั้นใช้เงินตราจำพวกเหรียญฟูนัน ทวาราวดี และศรีวิชัย เงินล้านนา เงินล้านช้าง ต่อจากนั้นเริ่มพัฒนามาเป็น เงินพดด้วง ซึ่งเป็นเงินตราของไทยที่ถือเป็นเอกลักษณ์ และใช้กันเรื่อยมานานกว่าหกศตวรรษ ตั้งแต่สมัยสุโขทัยสืบต่อมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์  

จวบจนในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิรูปเงินตราไทยจากที่เคยใช้เงินพดด้วงหรือเงินกลมที่ใช้มาแต่โบราณกาลเปลี่ยนมาใช้เงินเหรียญหรือเงินแบน แบบประเทศทางตะวันตก โดยโปรดเกล้าฯ ให้ประเทศไทยใช้เงินเหรียญนอกครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2399 และทรงสร้างโรงกษาปณ์เพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ออกใช้ พระราชทานชื่อว่า โรงกษาปณ์สิทธิการ ตั้งอยู่หน้าพระคลังมหาสมบัติ มุมถนนออกประตูสุวภาพบริบาลด้านตะวันออก พร้อมทั้งทรงสั่งเครื่องทำเหรียญกษาปณ์ประเทศจากอังกฤษมาผลิตเหรียญกษาปณ์ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2403 โดยผลิตเหรียญบาท เหรียญสองสลึง เหรียญสลึง และเหรียญเฟื้อง 

ในปี พ.ศ.2405 ได้มีประกาศให้ใช้กะแปะอัฐและโสฬสขึ้นใหม่ ด้วยว่าสมัยโบราณไทย และลาวใช้หอยชนิดหนึ่งที่เรียกว่าเบี้ย ใช้แทนเงินปลีก โดยกะแปะอัฐคิดอัตรา 8 อัฐต่อเฟื้อง และโสฬสคิดอัตรา 16 โสฬสต่อเฟื้อง โดยไม่ลดหย่อนแม้เนื้อโลหะที่ทำจะสึกกร่อนไปเพราะการใช้งาน แต่ถ้าเนื้อโลหะขาดบิ่น มูลค่าจะลดลงตามน้ำหนักที่หายไป ส่วนเบี้ยหอยได้โปรดเกล้าฯ ให้ใช้เบี้ยดีบุกและเบี้ยทองแดงแทน 

เหรียญทองชิ้นแรก สร้างจากโรงกษาปณ์ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประทับตราจักรทุกมุม น้ำหนัก 20 บาท ทำด้วยทองคำเนื้อดี ตามมูลค่าทองคำหนัก 1 บาท เท่ากับเงิน 16 บาท เหรียญนี้จึงมีมูลค่า 320 บาท จากนั้นก็มีเหรียญทองแปทศ ทองแปพิศ และทองแปพัดดึงส์ ทำจากเนื้อทอง เหรียญมงกุฎ เหรียญบรรณาการ กะแปะดีบุก ที่มีลักษณะเดียวกับเหรียญทองต่างกันที่ลวดลายและทำจากทองแดง 

เหรียญกษาปณ์ รัชกาลที่ 5 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2411 - 2453 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้มีการสร้างเหรียญเงิน ดีบุก ทองแดง และนิเกิล อีกหลายชนิด มี 3 ราคา คือ 1 บาท 1 สลึง และ 1 เฟื้อง เรียกกันว่าเหรียญตราพระเกี้ยว และมีกะแปะดีบุกตราพระเกี้ยว เหรียญเงินรัชกาลที่ 5 ตราแผ่นดิน มีชนิดราคาเดียวกัน คือ 1 บาท เช่นเดียวกับ เหรียญบาทจุฬาลงกรณ์สยามมินทร์ ทำจากประเทศฝรั่งเศส และได้ยกเลิกการใช้เหรียญนอกที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ 

เหรียญกษาปณ์รัชกาลที่ 7 สร้างระหว่างปี พ.ศ.2468 - 2472 มีเหรียญเงิน ชนิดราคา 50 สตางค์ และ 25 สตางค์ สตางค์ทองขาว ชนิดราคา 5 สตางค์ และสตางค์ทองแดงราคา 1 สตางค์ 

เหรียญกษาปณ์รัชกาลที่ 8 มีการสร้างเหรียญทองแดงชนิดราคาครึ่งสตางค์เป็นครั้งแรก และสร้างเหรียญ 50 สตางค์ 25 สตางค์ 20 สตางค์ 10 สตางค์ และ 5 สตางค์ด้วยดีบุก คนทั่วไปเรียกเหรียญชนิดหัวโต ต่อมาในปี พ.ศ.2489 ได้สร้างสตางค์ราคา 10 สตางค์ และ 5 สตางค์ด้วยนิเกิล และสร้างสตางค์ชนิดราคา 20สตางค์ 10 สตางค์ และ 5 สตางค์ ด้วยเงิน เมื่อ ปี พ.ศ.2478 และ 2480 ในปี พ.ศ.2484 สร้างสตางค์ชนิดราคา 1 สตางค์ และ ครึ่งสตางค์ ด้วยทองแดง 

สตางค์ดีบุกรัชกาลที่ 8 มีลักษณะเช่นเดียวกับสตางค์เงินรัชกาลที่แปด ขนาดเล็ก และไม่มีรู สร้างเมื่อ ปี พ.ศ.2485 ชาวบ้านพากันกล่าวว่า "สตางค์ไม่มีรู ศัตรูไม่มีรัง สตางค์ออกใหม่น่าใช้น่าดู" นับว่าเป็นสตางค์ที่ไม่มีรูครั้งแรก เป็นของแปลกสำหรับสมัยนั้น แต่จากนั้นก็ไม่ได้พบเหรียญกษาปณ์ในราคา 1 สตางค์อีก เพราะค่าเงินได้ตกต่ำลงไปตามลำดับ 

เหรียญกษาปณ์รัชกาลที่ 9 เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2500 ชนิดราคา 1 บาท ทำด้วยนิเกิล ต่อมาสร้างเมื่อปี พ.ศ.2504 ในโอกาสเสด็จนิวัตพระนคร ในปี พ.ศ.2505 และ ปี พ.ศ.2506 ในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 3 รอบ สร้างเหรียญเงิน ชนิดราคา 20 บาท ในโอกาสเดียวกัน จากนั้นก็มีการสร้างเหรียญโลหะสีทอง สีนากและสีเงิน รัชกาลที่เก้า โดยจัดสร้างในวาระต่าง ๆ และพัฒนามาเป็นเหรียญกษาปณ์ที่ใช้กันใน

ที่มา : ข้อมูลจาก:http://www.heritage.thaigov.net ,http://www.bu.ac.th/NewsandInform/bunews/2546/Feb23/history.html


ศักราชของไทย และมาตราเงินไทย


การเทียบศักราช

พ.ศ. = จ.ศ. + 1181

พ.ศ. = ร.ศ. + 2324

พ.ศ. = ค.ศ. + 543


มาตราเงินไทยก่อนมีการผลิตเหรียญกษาปณ์

50 เบี้ย = 1 กล่อม

2 กล่อม = 1 กล่ำ

2 กล่ำ = 1 ไพ

4 ไพ = 1 เฟื้อง

2 เฟื้อง = 1 สลึง

4 สลึง = 1 บาท

4 บาท = 1 ตำลึง

20 ตำลึง = 1 ชั่ง


มาตราเงินไทยก่อนมี พระราชบัญญัติมาตราทองคำ ร.ศ. 127 

50 เบี้ย = 1 โสฬส

2 โสฬส = 1 อัฐ

2 อัฐ = 1 เสี้ยว

2 เสี้ยว = 1 ซีก

2 ซีก = 1 เฟื้อง

2 เฟื้อง = 1 สลึง

4 สลึง = 1 บาท

10 สลึง = 1 ทองพัดดึงส์

4 บาท = 1 ทองพิศ

8 บาท = 1 ทองทศ

80 บาท = 1 ชั่ง


มาตราเงินไทยปัจจุบัน

100 สตางค์ = 1 บาท

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ที่มา: หนังสือเหรียญกษาปณ์ กรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325 - 2525 โดย กรมธนารักษ์ และ

http://coins.thport.com/

Free Trial of PCGS Mobile CoinFacts Available


PCGS Mobile CoinFacts (m.pcgscoinfacts.com), a new application that lets smart phone users instantly access all the historical numismatic information and crystal-clear coin images from the extensive PCGS CoinFacts™ database, will be available free to everyone for a ten-day trial period, August 12 – 21, 2011.
PCGS Mobile CoinFacts on a smart phone
PCGS Mobile CoinFacts on a smart phone. (Click image to enlarge it.)
After that, this indispensable app will then be available free only for those with a PCGS CoinFacts subscription.
"This is the coolest piece of software we’ve ever done," declared Don Willis, President of Professional Coin Grading Service (www.PCGS.com), a division of Collectors Universe, Inc. (NASDAQ: CLCT). "It’s a revolutionary breakthrough for collectors and dealers, and I’m really excited about this!"
PCGS CoinFacts (www.pcgscoinfacts.com) is the Internet’s most comprehensive source for information for over 30,000 United States coins, including current prices, auction records, population and images. All the information and photos hosted on the PCGS CoinFacts website are now immediately available to subscribers on any smart phone, and accessible anywhere the phone works.
"Imagine being at a coin show or an auction and being able to instantly look up coin pricing information, population data and recent auction prices realized about the coin you’re thinking about buying. Of course, this app will be helpful when selling coins as well. We’ve tried to make this as easy to use as possible," said Willis.
PCGS Mobile CoinFacts will be introduced by PCGS at the American Numismatic Association Chicago World’s Fair of Money, August 16 – 20, 2011. A Beta version of the app will be available free at m.pcgscoinfacts.com for anyone with a smart phone to personally sample between August 12 and 21. Additional information will be available at the PCGS booth, #400, during the convention.
"When you’re buying or selling coins, the person with the most current information is usually the one who’s most successful. Now you can get essential, up-to-date information from PCGS CoinFacts with just a few clicks on any smart phone," said Willis.

About PCGS

Professional Coin Grading ServiceProfessional Coin Grading Service (PCGS) is a division of Collectors Universe, Inc. (NASDAQ: CLCT), the leader in third-party authentication and grading services for high-value collectibles including rare coins, trading cards, tickets, autographs, memorabilia and stamps.
Since 1986, PCGS experts have authenticated, graded and certified more than 20 million coins from around the world with a declared value of over $20 billion.
For additional information, visit www.PCGS.com or call PCGS Customer Service at (800) 447-8848.
Related Coin News:

การจำแนกประเภทของเหรียญ

1. เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ผลิตออกใช้สำหรับประชาชนได้มีไว้จับจ่ายใช้สอยเป็นเงินปลีกย่อยผลิตออกมาใช้ตามระบบ      
    เศรษฐกิจ สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันมี 8 ชนิดราคา คือ 1 สตางค์ 5 สตางค์ 10 สตางค์ 25 สตางค์ 50 สตางค์ 1 
    บาท 5 บาท 10 บาท เปลี่ยนศักราชบนหน้าเหรียญตามปีที่ผลิต 
2. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ได้แก่ เหรียญกษาปณ์ที่ผลิตขึ้นเป็นครั้งคราวในโอกาสพิเศษที่สำคัญที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์พระบรมวงศานุวงศ์ บุคคลสำคัญ และเหตุการณ์สำคัญในบ้านเมือง และองค์การระหว่างประเทศเพื่อเป็นเกียรติยศชื่อเสียงและศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ผลิตเป็นครั้งคราวและมีจำนวนจำกัด มักจะผลิตด้วยโลหะที่มีค่าสูง เช่น ทองคำ เงิน กษาปณ์ที่ระลึกใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เช่นเดียวกับกษาปณ์หมุนเวียน แต่ประชาชนมักจะนิยมเก็บไว้เป็นที่ระลึกอย่างของมีค่าหรือเพื่อการสะสม 
3. เหรียญที่ระลึก ตามความหมายสากลหมายถึงเหรียญที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกหรือเป็นอนุสรณ์ถึงเหตุการณ์ที่สำคัญของบ้านเมืองในระยะเวลานั้น ๆ โดยมีสัญญลักษณ์หรือการจำลองภาพของเหตุการณ์สำคัญนั้นๆ ลงไว้พร้อมกับคำจารึกและเวลาที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นสำหรับเหรียญที่ระลึกของไทยนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับองค์พระมหากษัตริย์พระราชวงศ์และประวัติศาสตร์ของประเทศ เหรียญที่ระลึกเท่าที่ปรากฎ พอจะแบ่งออกได้เป็นประเภทต่างๆ ตามความมุ่งหมายของผู้สร้างดังนี้:
       3.1 เกี่ยวกับพระมหากษตริย์   งานบรมราชาภิเษก ,  งานเฉลิมพระชนม์พรรษา ,  พระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีลงสรงสนาน ,  เฉลิมพระสุพรรณบัฐ งานเฉลิมพระที่นั่งสำคัญ , งานพระบรมศพ 
       3.2  เกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ บุคคลสำคัญคงอนุโลมตามข้อ 1. เช่น วันประสูติ พิธีสถาปนาพระอิสริยยศ วันสิ้นพระชนม์ ฯลฯ
       3.3  ที่ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญ
                  3.3.1 การสมโภชพระนครครบรอบ 100 ปี 150 ปี 200 ปี
                  3.3.2 การเปิดหอพระสมุด อนุสาวรีย์ ฯลฯ
                  3.3.3 การแสดงนิทรรศการ การเกษตร อุตสาหกรรม ฯลฯ
                  3.3.4 รางวัล
4. เหรียญราชอิสริยาภรณ์ ที่นับเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (เรียกอย่างลำลอง ว่า เหรียญแพรแถบ) หมายถึง เหรียญต่างๆ ที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นสำหรับพระราชทานแก่บุคคลต่างๆ ได้แก่ ข้าราชบริพาร ข้าราชการ ทหารที่ออกศึกสงคราม และสำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญต่างๆ และที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บุคคลประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามที่ทางราชการกำหนด เหรียญราชอิสริยาภรณ์นี้แบ่งได้เป็น ๔ ประเภท ดังนี้ 
        4.1  เหรียญราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการสงคราม หรือพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในความกล้าหาญ 
        4.2  เหรียญราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดิน                                                                                  
        4.3  เหรียญราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในพระองค์พระมหากษัตริย์                      
        4.4  เหรียญราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึก

ที่มา : http://www.thaimedals.com/web/knw.php

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔(เหรียญคิวโปรนิกเกิล)



ด้านหน้า
กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ทรงฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า และประดับดาราจักรี ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙"
 

ด้านหลัง
กลางเหรียญมีรูปตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เบื้องล่างตราสัญลักษณ์มีข้อความบอกราคาว่า "๕๐" บาท ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔" เบื้องล่างมีข้อความว่า "ประเทศไทย" โดยมีลายช่อเปลวลอยคั่นข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้สองข้าง

  
ข้อมูลเพิ่มเติม
น้ำหนัก : 21 กรัม
ราคา ณ วันประกาศใช้ : 50 บาท
วันที่ประกาศใช้ : -
เส้นผ่าศูนย์กลาง : 36  มิลลิเมตร
________________________________________
ชนิด : โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล)
ราคาหน้าเหรียญ : 50 บาท
ประเภท : ธรรมดา
ลักษณะ : เหรียญกลม วงขอบนอกมีเฟืองจักร
________________________________________
ส่วนผสม :
จำนวนการผลิต :
ชื่อส่วนผสม ร้อยละ
นิกเกิล 25
ทองแดง 75
ปีที่ผลิต จำนวน
2554 จำนวนผลิตไม่เกิน 3,000,000 เหรียญ
________________________________________
ผู้ออกแบบ (หน้า) : นายชาตินันท์ จิวาลักษณ์
ผู้ออกแบบ (หลัง) : นายชาตินันท์ จิวาลักษณ์
ผู้ปั้นแบบ (หน้า) : นายทัศวงศ์ โยเซฟ

ผู้ปั้นแบบ (หลัง) : นายทรงวุฒิ คงวัน